ข้อมูลสหราชอาณาจักร

ข้อมูลประเทศอังกฤษ

ประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom) ประกอบด้วยพื้นที่เกาะ 2 ส่วนใหญ่ คือ เกาะใหญ่ (Great Britain) และเกาะไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) พื้นที่เกาะใหญ่ยังแบ่งออกเป็น 3 อาณาเขต คือ อังกฤษ (England) เวลส์ (Wales พื้นที่ติดกับอังกฤษทางทิศตะวันตก) และสก๊อตแลนด์ (Scotland อยู่ทางตอนเหนือ ของเกาะใหญ่) ทั้ง 3 อาณาเขตดังกล่าวแบ่งเป็นเขต (Region) ได้ 14 Region ดังนี้

  1. Cumbria ได้แก่เมือง Keswick
  2. East Anglia ได้แก่เมือง Cambridge, Clacton, Clochester, Norwch, Old Harlow
  3. East Midlands ได้แก่เมือง Leicester, Nottingham
  4. Heart of England ได้แก่เมือง Cheltenham, Coventry, Shrewshury
  5. Greater London ได้แก่เมือง Beckenham, London, Richmond, Wimbledon
  6. Northumbria ได้แก่เมือง Durham, Newcastle Upon Tyne
  7. North West ได้แก่เมือง Chester, Manchester
  8. Scotland ได้แก่ Aberdeen, Dundee, Edinburgh
  9. South ได้แก่ Bournemouth, Portmouth, Southampton
  10. South East ได้แก่ Brighton/Hove, Canterbury, Eastbourne, Folkstone, Hasting, Rent
  11. Thames and Chilterns ได้แก่ Oxford, Reading, Windsor
  12. Wales ได้แก่ Aberystwyth, Cardift, Swansea
  13. West Countr ได้แก่ Bath, Bristol, Excter, Exmouth, Sidmouth
  14. Yorkshire and Humberside ได้แก่ Harrogate, Leeds, Scarborough

ข้อมูล ประเทศอังกฤษ

สภาพภูมิอากาศประเทศอังกฤษ

สภาพอากาศโดยทั่วไป ของอังกฤษ เวลล์ และสก๊อตแลนด์ จัดอยู่ในประเภทหนาวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางตอนเหนือ จะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และฝนมักจะตก ทางภาคตะวันตกมากกว่า ภาคตะวันออก ดังแผนภูมิแสดงอุณหภูมิและจำนวนน้ำฝนในรอบปี ดังนี้ 

อุณหภูมิโดยเฉลี่ย (องศาเซลเซียส)

  ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ษ. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
อุณหภูมิ (c) 4 4 6 9 12 15 16 16 14 11 6 6
จำนวนน้ำฝน (mm.) 86 65 59 68 67 61 73 90 83 83 79 90
อุณหภูมิเฉพาะ London (c) 4 5 7 10 13 16 18 17 15 12 8 5
อุณหภูมิเฉพาะ Edinburgh (c) 3 3 5 8 10 13 15 14 13 10 6 4

 

ข้อมูล ประเทศอังกฤษ

ระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ

แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษาและระดับอุดมศึกษา การศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของอังกฤษ มีทั้งโรงเรียนของรัฐบาล และโรงเรียนของเอกชน ซึ่งการศึกษาของทั้ง 2 แบบ จะไม่เหมือนกัน แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะ ระบบการศึกษาที่เป็นของโรงเรียนเอกชน (Independent School) เนื่องจากระดับประถม -มัธยมศึกษา ในโรงเรียนรัฐบาลนั้น เป็นการศึกษาที่รัฐบาลให้ฟรีแก่คนอังกฤษ นักเรียนต่างชาติจึงไม่มีสิทธิ์สมัครเข้าศึกษา

ประถมศึกษา (Preparatory School หรือเรียกว่า Prep Sc.)

รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5-13 ปี เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ความสามารถตามความเจริญเติบโตของวัยเด็ก แบ่งการศึกษาช่วงนี้เป็น 2 ระดับ ตามอายุของเด็ก คือ

  1. Pre-Preparatory School (ระดับเตรียมประถม) รับเด็กอายุ 5-7 ปี
  2. Prepatatory School (ระดับประถม) รับเด็กอายุ 8-13 ปี

สำหรับระดับนี้มุ่งให้นักเรียนเตรียมตัวสอบเข้าในโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งต้องสอบ Common Entrance Examination (CEE) การขึ้นชั้นเรียน ในแต่ละชั้นขึ้นตามอายุ 

มัธยมศึกษา (Public School) 

มัธยมศึกษาของอังกฤษรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป และเรียนได้จนถึงอายุ 18-19 ปี โรงเรียนประเภทนี้ส่วนใหญ่ จะคัดเลือกนักเรียนโดยการสอบ Common Entrance โรงเรียนประเภทนี้ มีการเรียนการสอนเน้นวิชาการ มุ่งหมายให้เด็กเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย การจัดชั้นเรียน จะเล็กกว่าโรงเรียนรัฐบาลคือ มีชั้นละ 20-25 คน (รัฐบาล 30 คน) ครูผู้สอนจะเป็นผู้ชำนาญในแต่ละวิชา เมื่อนักเรียนเลื่อนชั้นสูงสุด นอกจากนี้โรงเรียนยังมีระเบียบข้อบังคับ และเน้นกิจกรรมนอกหลักสูตรโดยเฉพาะกีฬาอีกด้วย

กระทรวงศึกษาธิการ และวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ กำหนดให้มีการสอบวัดความรู้ และความสามารถของเด็กในระดับมัธยมศึกษา การสอบจะจัดโดยคณะกรรมการอิสระ ซึ่งมี 5 คณะ ผลการสอบดังกล่าว จะนำไปใช้ในการสมัครเข้าในระดับอุดมศึกษาต่อไป การสอบนี้มี 2 ประเภท คือ

  1. GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้จะสอบเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป หากจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจะต้องศึกษาต่ออีก ประมาณ 2 ปี แล้วจึงสอบ GCE "A" level
     
  2. GCE A Level (GCE Advanced) เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถทางวิชาการของเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป

* การสอบ GCSE, GCE "A" level จะสอบประมาณเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม 

ระดับอาชีวศึกษา (Further Education)

เป็นการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีอายุ 16 ปี ไปแล้ว ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่ประสงค์จะมีคุณวุฒิทางวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังเปิดสอนวิชาสามัญคือ GCSE และ GCE "A" level 

สถาบันอาชีวศึกษาของรัฐบาล 

มีประมาณ 500 กว่าแห่ง หลักสูตรที่จัดสอนได้แก่ วิชาบริหารธุรกิจการโรงแรม วิศวกรรมศาสตร์ ช่างเทคนิค การเกษตร ฯลฯ สถาบันการศึกษาของรัฐบาล ในอังกฤษและเวลส์ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้คุณวุฒิจาก Business and Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสก๊อตแลนด์ได้คุณวุฒิจาก Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • First Certificate/Diploma (FC/FD) สำหรับผู้ที่อายุเกิน 16 ปี และจบการศึกษาจากโรงเรียนโดยได้รับประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรือไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะหางานทำในสายวิชาชีพต่าง ๆ หลักสูตรการศึกษา 1 ปี เมื่อจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับสูงขึ้นได้อีก
     
  • National Certificate/Diploma (NC/ND) สำหรับผู้มีคุณวุฒิ FC/FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา เป็นการศึกษาในสายวิชาชีพที่มีคุณวุฒิสูงขึ้นจาก FC/FD ใช้เวลาเรียน 2 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับ NC/ND ผู้เรียนจะมีคุณวุฒิวิชาชีพแล้วยังเทียบได้เท่ากับ GCE "A" level ด้วย ซึ่งหากได้คะแนนดีมากสามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีได้
     
  • Higher National Certificate/Diploma (HNC/HND) เป็นการศึกษาในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา หลักสูตร 2 ปี ซึ่งถือว่าระดับนี้เป็นการศึกษาระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ด้วย รับจากผู้ที่จบการศึกษา NC/ND หรือผู้มีคุณวุฒิ GCSE 3 วิชา + GCE "A" level 1 วิชา ผู้ที่จบหลักสูตรนี้ถือได้มีคุณวุฒิสูงกว่าอนุปริญญาของไทย แต่ต่ำกว่าปริญญาตรี 1 ขั้น นอกจากนี้ หากประสงค์จะศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรี ก็สามารถทำได้ โดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี แต่ทั้งนี้ผลการเรียนต้องดีเด่น

สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน 

ส่วนใหญ่ให้คุณวุฒิเพียงประกาศนียบัตร สำหรับสถานศึกษาเอกชนควรเลือกสถานศึกษาที่ได้รับรองวิทยฐานะจาก The British Accreditation Council for Further and Higher Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่ามีมาตรฐานการเรียนการสอนที่เชื่อถือได้ สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชนได้แก่

  • Tutorial College เป็นสถานศึกษาที่เรียนเน้นหนักเฉพาะวิชาที่จะสอบ GCSE และ GCE "A" level ลักษณะของโรงเรียน เป็นทำนองเดียวกับโรงเรียนกวดวิชา
     
  • College หรือ College of Higher Education เป็นสถาบันการศึกษาของเอกชนที่เปิดสอนสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น บริหารธุรกิจ บัญชี คอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งให้คุณวุฒิประกาศนียบัตร BTEC First หรือ National หรือ Higher National Diploma (FD/ND/HND)
     
  • Secretarial College สอนวิชาเลขานุการ พิมพ์ดีด ธุรกิจ ชวเลข และงานทั่วไปเกี่ยวกับสำนักงานเพื่อรับประกาศนียบัตรของโรงเรียนเอง หรือของ Pitman หรือ London Chamber of Commerce
     
  • สถานศึกษาอาชีวศึกษาอื่น ๆ เช่น การออกแบบตกแต่งภายใน การทำอาหาร การโฆษณา การโรงแรมการท่องเที่ยว การตัดเย็บเสื้อผ้า การเสริมสวย ฯลฯ 

ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) 

ข้อมูลเรียนต่อประเทศอังกฤษ

ได้แก่การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และ College of Higher Education ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรมีประมาณ 80 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมดยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียว (Polytechnic ในสหราชอาณาจักร ขณะนี้ได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมอยู่ใน 80 แห่งดังกล่าวแล้ว) สำหรับ College of Higher Education มีประมาณ 243 แห่ง 

หลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็น 

Undergraduate

  • BTEC HNC/HND หรือ Diploma of Higher Education (Dip.HE) หลักสูตร 2 ปี ส่วนใหญ่เปิด สอนใน College of Higher Education และอาจมีในมหาวิทยาลัยบางแห่ง รับจากผู้ที่สอบ "A" Level อย่างน้อย 1 วิชา หรือสำเร็จการศึกษาระดับ National Diploma วิธีการสมัครต้องสมัครผ่าน UCAS เช่นเดียวกับปริญญาตรี
  • First Degree (Bachelor's Degree) หลักสูตรส่วนใหญ่ 3 ปี ยกเว้นบางสาขา เช่น วิศวกรรม ศาสตร์ (4ปี) สถาปัตยกรรมศาสตร์ (5ปี) ทันตแพทย์ (5ปี) แพทย์ (6ปี) ปริญญาที่ให้ ได้แก่ Bachelor of Arts (BA) Bachelor of Sciences (B.Sc.) Bachelor of Education (B.Ed.) Bachelor of Engineering (B.Eng.)
  • Post-Graduate Course

การศึกษาที่สูงกว่าปริญญา มี 3 ระดับ 

  • Post-Graduate Certificate/Dipoma หลักสูตร 9 เดือน ถึง 1 ปี รับผู้สำเร็จปริญญาตรี
     
  • Master degree หลักสูตร 1-2 ปี รับผู้สำเร็จปริญญาตรีที่มีผลการเรียนดี ปริญญาที่ให้ ได้แก่ M.Sc., M.A., M.BA., M.Phil(มหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งรับปริญญาตรีเกียรตินิยม)
     
  • Doctoral Degree หลักสูตรการทำวิจัย ใช้เวลา 3 ปี ปริญญาที่ให้ คือ Doctor of Philosophy (Ph.D./D.Phil) มหาวิทยาลัยส่วนมากรับผู้ผ่านการศึกษาหลักสูตร M.Phil 

ค่าใช้จ่ายเรียนต่ออังกฤษและภาคการศึกษาของอังกฤษ

ข้อมูลเรียนต่อประเทศอังกฤษ     สกุลเงินอังกฤษ

ภาคการศึกษา

เริ่มต้นภาคแรกในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของปีหนึ่งและสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ภาค คือ

  • ภาคต้น Autumn Term ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง Spring Term ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย Summer Term ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนกรกฏาคม

สำหรับการรับนักศึกษาใหม่ของสถาบันการศึกษาของรัฐ ในทุกระดับนั้น จะรับเฉพาะในภาคต้น (Autumn Term) เท่านั้น ยกเว้นในหลักสูตรสูงกว่าปริญญาตรี ถ้าเป็นหลักสูตรที่ศึกษา โดยการทำการวิจัย (by research) ก็อาจรับเข้าศึกษาในภาคการศึกษาอื่น ๆ ได้ด้วย 

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

งบประมาณการค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับนักเรียนที่ศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ 

   รายการ    ศึกษาในมหาวิทยาลัย/
    วิทยาลัยในกรุงลอนดอน
(ปอนด์)
   ศึกษาในมหาวิทยาลัย/
    วิทยาลัยนอกกรุงลอนดอน
(ปอนด์)
   ค่าใช้จ่ายประจำเดือน ปีละ    10,000     9,000
   ค่าเล่าเรียน ปีละ    12,000    12,000
   ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ปีละ    500    500
   ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ปีละ    294    294
   รวม    22,794    21,794

 

ค้นหาที่เรียนต่อในอังกฤษ
 

ข้อมูลวีซ่าประเทศอังกฤษ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อ เดอะดีน อินเตอร์
02 656 4868, 081 688 8252, 087 905 9456
085 911 1995085 110 7779 
Poo: 086 081 7775 Bee: 089 499 9754
Ray: 085 911 1030 Pupae: 082 440 0500